คำถามเกี่ยวกับยา
โดย วันทนีย์ โลหะประกิตกุล
เรื่อง : เลโวซาลบูทามอล (Levosalbutamol)
ยาเลโวซาลบูทามอล (Levosalbutamol หรือ Levalbuterol หรือ Levalbuterol Hydrochloride หรือ Levalbuterol sulfate หรือ Levalbuterol tartrate) เป็นยาในกลุ่ม β2-adrenergic receptor agonist มีสรรพคุณ เช่น
- รักษาอาการโรคหืด (Asthma)
- รักษาอาการโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD)
- ผลต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด: เช่น ทำให้ค่า ECG เปลี่ยนไป ความดันโลหิตต่ำ
- ผลต่อกล้ามเนื้อ: เช่น ปวดกล้ามเนื้อ เป็นตะคริวที่ขา
- ผลต่อการเผาผลาญพลังงานของร่างกาย: เช่น ระดับน้ำตาลในเลือด และระดับเกลือโพแทสเซียมในเลือดผิดปกติ
- ผลต่อระบบประสาท: เช่น เกิดภาวะกระตุ้นการทำงานของระบบประสาท วิงเวียน ปวดหัวไมเกรน ตัวสั่น กระสับกระส่าย เกิดความรู้สึกสัมผัสเพี้ยน
- ผลต่อระบบทางเดินอาหาร: เช่น ปากแห้ง คอแห้ง คลื่นไส้ กระเพาะอาหารอักเสบ ลำไส้อักเสบ อาเจียน ท้องผูก เบื่ออาหาร กรดไหลย้อน
- ผลต่อระบบทางเดินหายใจ: เช่น อาจเกิดหอบหืดขึ้นได้ คออักเสบ เยื่อจมูกอักเสบ หลอดลมอักเสบ ไซนัสอักเสบ ไอ เจ็บหน้าอก
- ผลต่อผิวหนัง: เช่น เกิดผื่นคัน ลมพิษ
- ผลต่อระบบทางเดินปัสสาวะ: เช่น ปัสสาวะมีเลือดปน/ปัสสาวะเป็นเลือด
- ผลต่อตา: เช่น เกิดอาการคันที่ตา
- ผลต่อสภาพจิตใจ: เช่น นอนไม่หลับ วิตกกังวล
- อื่นๆ: เช่น ประจำเดือนขาดในสตรี
- ห้ามใช้ร่วมกับยาขยายหลอดลมชนิดอื่นโดยไม่มีคำสั่งจากแพทย์
- มีโรคประจำตัวบางประเภทที่อาจกำเริบมากยิ่งขึ้นเมื่อใช้ยาเลโวซาลบูทามอล เช่น ผู้ที่มีภาวะเกลือโปแตสเซียม/โพแทสเซียมในเลือดต่ำ มีภาวะหัวใจเต้นเร็วผิดปกติ โรคความดันโลหิตสูง โรคลมชัก โรคเบาหวาน โรคไทรอยด์ โรคไต และเนื้องอกของต่อมหมวกไต (เช่น Pheochromocytoma)
- ห้ามใช้ยานี้กับสตรีมีครรภ์ สตรีที่อยู่ในภาวะให้นมบุตร และเด็กอายุต่ำกว่า 4 ขวบ
- การใช้ยาเลโวซาลบูทามอลร่วมกับยาหลายชนิดอาจได้รับผลข้างเคียงต่างๆ ที่รุนแรงตามมา ผู้ป่วยจึงควรแจ้งให้ แพทย์ พยาบาล เภสัชกร ทราบทุกครั้งที่เข้ารับการรักษาว่า ตนเองมียาประเภทใดที่ใช้อยู่ก่อนบ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ยาขับปัสสาวะ, กลุ่มยา MAOIs , TCAs, Epinephrine, และ Digoxin
- กรณีที่ผู้ป่วยใช้ยาเลโวซาลบูทามอลแล้วเกิดอาการวิงเวียน ควรเตรียมร่างกายก่อนใช้ยานี้ โดยควรอยู่ในท่าพักเมื่อใช้ยานี้ และห้ามขับขี่ยานพาหนะใดๆ หรือทำงานกับเครื่องจักร เพราะสามารถเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย
- โดยทั่วไปยาสูดพ่นชนิดต่างๆ จะมีสารประกอบบางอย่างที่สร้างกลไกภายในกระบอกยาที่ทำให้เกิดแรงดัน ดังนั้นจึงไม่ควรวางกระบอกยาใกล้กับเปลวไฟ หรือใกล้อุปกรณ์ที่ก่อความร้อนชนิดต่างๆ ทั้งนี้เพื่อป้องกันการระเบิดของกระบอกยา
- หลังการใช้ยานี้ถ้าพบอาการ ตัวบวม ผื่นคัน เกิดลมพิษ หรือเกิดอาการเกร็งของหลอดลม/หายใจลำบากมากขึ้น ต้องหยุดการใช้ยานี้ทันที แล้วรีบมาพบแพทย์ทันที
- ระวังการใช้ยานี้ในผู้ป่วยโรคหัวใจ ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง โรคความดันโลหิตต่ำ และผู้ป่วยโรคเบาหวาน
- การใช้ยาเลโวซาลบูทามอลต้องอาศัยความต่อเนื่อง สม่ำเสมอ การหยุดใช้ยานี้กระทันหันโดยมิได้ปรึกษาแพทย์ อาจทำให้อาการหอบหืดหรืออาการของหลอดลมหดเกร็งกลับมาเป็นใหม่ได้ นอกจากนี้ยังห้ามมิให้ผู้ป่วยปรับขนาดการใช้ยานี้ด้วยตนเอง เพราะนอกจากจะไม่ทำให้อาการป่วยของโรคดีขึ้นแล้ว ยังอาจเกิดอันตรายต่อผู้ป่วยได้อย่างมากมายตามมา
- หลีกเลี่ยงการใช้ยาเลโวซาลบูทามอลร่วมกับยากลุ่ม Beta-blockers เพราะจะทำให้ประสิทธิภาพในการรักษาของยาเลโวซาลบูทามอลด้อยลงไป
- ห้ามใช้ยาเลโวซาลบูทามอลร่วมกับยา Digoxin เพราะจะทำให้ประสิทธิภาพการรักษาของยา Digoxin ลดลง
- หลีกเลี่ยงการใช้ยาเลโวซาลบูทามอลร่วมกับยากลุ่ม MAOIs หรือ ยากลุ่ม TCAs เพราะอาจทำให้ผู้ป่วยได้รับผลข้างเคียงจากยาเลโวซาลบูทามอลมากยิ่งขึ้น
- ห้ามใช้ยาเลโวซาลบูทามอลร่วมกับยาขับปัสสาวะ อย่างเช่น Furosemide และ Hydrothiazide เพราะจะเกิดความเสี่ยงให้เกิดระดับเกลือโพแทสเซียมในเลือดต่ำ